วิวัฒนาการทางกฎหมายและจุดเปลี่ยนสำคัญของมาตรา 1175 การบริหารจัดการนิติบุคคลในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2569 อยู่ภายใต้บริบทของการลดภาระทางธุรการและมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีให้ความสนใจมากที่สุดคือการแก้ไข ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน กฎหมายฉบับนี้ได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น จากเดิมที่บังคับให้ต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องที่ทุกกรณี มาเป็นการพิจารณาตาม "ชนิดของใบหุ้น" และ "ข้อบังคับของบริษัท" เป็นหลัก
บริษัทประเภทใดบ้างที่ "ไม่ต้อง" ลงประกาศหนังสือพิมพ์อีกต่อไป? ตามมาตรา 1175 ฉบับใหม่ สำหรับบริษัทจำกัดที่มี "หุ้นชนิดระบุชื่อ" (Registered Shares) เพียงอย่างเดียว และในข้อบังคับของบริษัทไม่ได้ระบุไว้เป็นพิเศษว่าต้องลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ บริษัทเหล่านั้น ไม่จำเป็นต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์อีกต่อไป วิธีการดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ การส่งคำบอกกล่าวเรียกประชุมทาง "ไปรษณีย์ตอบรับ" ไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท หรือส่งมอบให้ถึงตัวผู้ถือหุ้นโดยตรง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและขั้นตอนที่ซับซ้อนให้กับผู้ประกอบการ SME และบริษัททั่วไปอย่างมากในปี 2569
กรณีที่ "ยังคงต้อง" ลงประกาศหนังสือพิมพ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แม้กฎหมายจะผ่อนปรนให้มากขึ้น แต่ยังมี 2 กรณีสำคัญที่บริษัทยังมีหน้าที่ต้องลงประกาศโฆษณาเชิญประชุมอยู่
- บริษัทที่มีการออกหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ (Bearer Shares): กฎหมายยังคงบังคับให้ต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งครั้ง หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
- กรณีที่ข้อบังคับของบริษัทกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ: หากหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับเดิมของบริษัทระบุว่า "การเชิญประชุมต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์" แม้บริษัทจะมีหุ้นชนิดระบุชื่อทั้งหมด บริษัทก็ยังต้องทำตามข้อบังคับนั้น หากบริษัทต้องการยกเลิกภาระนี้ จะต้องดำเนินการจดทะเบียน "แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ" เพื่อตัดข้อความดังกล่าวออกเสียก่อน
การนับระยะเวลา Clear Days: หัวใจสำคัญที่ห้ามพลาด การนับระยะเวลาบอกกล่าวเรียกประชุมตามกฎหมายในปี 2569 ต้องยึดหลักการ "วันว่างที่สมบูรณ์" (Clear Days) อย่างเคร่งครัด หลักการนี้หมายความว่า บริษัทห้ามนำวันที่ส่งคำบอกกล่าว (หรือวันที่ลงโฆษณา) และวันที่มีการประชุมมานับรวมในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
- สำหรับการประชุมมติทั่วไป (เช่น ปิดงบการเงิน): กฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน ในทางปฏิบัติ บริษัทต้องเผื่อเวลาจริงอย่างน้อย 9 วัน (วันที่ 1 ส่งของ/โฆษณา - ว่าง 7 วัน - วันที่ 9 ประชุม)
- สำหรับการประชุมมติพิเศษ (เช่น แก้ไขวัตถุประสงค์, เพิ่มทุน, เลิกบริษัท): กฎหมายกำหนดระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ในทางปฏิบัติ บริษัทต้องเผื่อเวลาจริงอย่างน้อย 16 วัน เพื่อความปลอดภัยทางกฎหมายและป้องกันไม่ให้มติที่ประชุมถูกร้องขอเพิกถอนในภายหลัง
ข้อควรระวังเรื่อง "ใบหุ้น" และความรับผิดตามกฎหมาย สิ่งที่มาคู่กับการไม่ต้องลงประกาศหนังสือพิมพ์คือการตรวจสอบความถูกต้องของการออก "ใบหุ้น" กฎหมายกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องจัดทำใบหุ้นมอบให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกคน หากบริษัทไม่ดำเนินการจัดทำใบหุ้นตามที่มาตรา 1127 และ 1128 กำหนดไว้ จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ มาตรา 8 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ การลงประกาศหนังสือพิมพ์เพื่อเชิญประชุมไม่สามารถนำมาใช้ทดแทนหน้าที่ในการออกใบหุ้นได้ ใบหุ้นที่ถูกต้องในปี 2569 ต้องประกอบด้วยชื่อบริษัท, เลขหมายหุ้น, มูลค่าหุ้น, รายละเอียดการชำระค่าหุ้น และต้องมีลายมือชื่อกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนพร้อมประทับตราสำคัญ
บทลงโทษหากดำเนินการไม่ถูกต้องตามมาตรา 1175 ในปี 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการเรียกประชุม หากนิติบุคคลดำเนินการเชิญประชุมไม่ถูกต้องตามช่องทางหรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะส่งผลเสียร้ายแรง ดังนี้
- ความเสี่ยงต่อมติที่ประชุม: มติที่ประชุมอาจถูกผู้ถือหุ้นที่เสียประโยชน์ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนได้ เนื่องจากกระบวนการเรียกประชุมมิชอบด้วยกฎหมาย.
- โทษปรับทางปกครอง: ในกรณีการประชุมเพื่อชำระบัญชี หากไม่มีการลงประกาศหนังสือพิมพ์ (ในกรณีที่ยังต้องทำ) จะมีโทษปรับสูงสุดถึง 80,000 บาท
- ผลต่อการจดทะเบียน: นายทะเบียนอาจปฏิเสธการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น การเพิ่มทุนหรือแก้ไขวัตถุประสงค์ หากพบว่าการนับวัน Clear Days ไม่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์
สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการในปี 2569 เพื่อให้การดำเนินธุรกิจราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายดิจิทัล ผู้ประกอบการควรสำรวจบริษัทของตนเองดังนี้
- เช็กชนิดหุ้น: ตรวจสอบว่าบริษัทมีหุ้นชนิดระบุชื่อเพียงอย่างเดียวหรือไม่
- เช็กข้อบังคับ: ตรวจสอบว่าในข้อบังคับยังมีคำบังคับให้ต้องลงหนังสือพิมพ์อยู่หรือไม่ หากมีควรวางแผนแก้ไขข้อบังคับผ่านระบบ DBD Biz Regist เพื่อลดต้นทุนในอนาคต
- วางแผนปฏิทินประชุม: ใช้หลักการนับวันล่วงหน้า 9 วันสำหรับมติทั่วไป และ 16 วันสำหรับมติพิเศษ เพื่อให้ครอบคลุมเงื่อนไข Clear Days
- ใช้ระบบดิจิทัล: ปัจจุบันการลงโฆษณา (กรณีที่ยังต้องทำ) สามารถเลือกใช้หนังสือพิมพ์ออนไลน์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่จดแจ้งถูกต้องเพื่อความรวดเร็วและประหยัด
การเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของมาตรา 1175 ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการลงประกาศหนังสือพิมพ์เท่านั้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจยุค 2569 ที่ความถูกต้องของข้อมูลทะเบียนมีผลต่อความน่าเชื่อถือและการเติบโตขององค์กรอย่างมหาศาล